ทีมเต็งอันดับ 2 ลาลีกา ทีมเต็งแชมป์ลาลีกา ทีมในลาลีกาสเปนไม่รวยจริงหรือ มูลค่าลีกลาลีกา ปัญหานักเตะต่างชาติลาลีกา

ทีมเต็งอันดับ 2 ลาลีกา มาดูต่อกันเลยกับ ทีมเต็งอันดับ 2 ร่วมลาลีกาเสปนนั้นก็คือ ทีมเรอัล มาดริด ซัมเมอร์ปี 2018 นี้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญขึ้นในทัพ “ราชันชุดขาว” เริ่มจากการลงจากตำแหน่งแบบเซอร์ไพรส์ของ ซีเนอดีน ซีดาน เฮดโค้ชที่มีดีเอ็นเอของ เรอัล มาดริด เต็มตัวหลัง ซีดาน พา มาดริด ประกาศศักดาความเป็นเจ้าสโมสรยุโรปด้วยการกวาดแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 สมัยซ้อน พร้อมจารึกแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ สมัยที่ 13 ในประวัติศาสตร์สโมสร ต่อด้วยการปิดฉากตำนานของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของสโมสร ที่เป็นเครื่องจักรถล่มประตู และนำความสำเร็จมากมายมาสู่สโมสรมาตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมาของเขาในเครื่องแบบชุดขาวก่อนที่ประธานสโมสร ฟลอเรนติโน่ เปเรซ จะเริ่มต้นสร้างยุคใหม่ของ “โลส บลังโกส” ด้วยการแต่งตั้ง จูเลน โลเปเตกี อดีตเทรนเนอร์ทีมชาติสเปนมาสานงานต่อจาก ‘ซิซู’

 

ทีมเต็งแชมป์ลาลีกา ทีมเต็งแชมป์ลาลีกา นั้นก็คือ ทีมบาร์เซโลน่า พวกเขาสร้างผลงานมาสเตอร์พีซเอาไว้เมื่อฤดูกาล 2017-18 ที่ผ่านมาจากทวงบัลลังก์แชมป์ลา ลีกา สเปน คืนจาก เรอัล มาดริด และคว้าดับเบิ้ลแชมป์ด้วยถ้วยโกปา เดล เรย์ แต่การจอดเพียงรอบ 8 ทีมสุดท้ายเท่านั้นในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หลังเสียท่าบุกปราชัย โรม่า 0-3 ในเลกสอง ทั้งที่นัดแรกเป็นฝ่ายไล่ต้อนมาขาดลอย 4-1 และต้องตกรอบตามกฎประตูทีมเยือน ซึ่งกลายเป็นเหมือนชนักติดหลังที่ทำให้ลูกทีมของเฮดโค้ช เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ ไม่ได้รับเครดิตมากเท่าที่ควรกับผลงานยอดเยี่ยมสมราคาครองแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศสเปนสมัยที่ 7 ในรอบ 10 ปีหลังสุด และเก็บแชมป์โกปา เดล เรย์ เพิ่มเป็น 30 สมัย (มากที่สุดบนแผ่นดินกระทิงดุ) ทำให้ บาร์ซ่า อัดเม็ดเงินลงทุนเสริมทัพในกลางปีมากกว่า 125 ล้านยูโรเพื่อนำเข้า อาร์ตูร์ เมโล่ เพลย์เมกเกอร์ดาวรุ่งทีมชาติบราซิลวัย 22 ปีจาก เกรมิโอ ด้วยค่าตัวรวมแตะหลัก 40 ล้านยูโร

 

ทีมในลาลีกาสเปนไม่รวยจริงหรือ เราทุกคนน่าจะพอทราบกันว่าลา ลีกานั้นมีการแบ่งค่าถ่ายทอดไม่เหมือนที่อื่นๆ ในสเปนนั้นทีมแต่ละทีมมีหน้าที่เจรจาค่าถ่ายทอดกันเอง ซึ่งนั่นทำให้เกิดช่องว่างขึ้นระหว่างทีมสุดยอดยักษ์ใหญ่อย่างบาร์ซ่าและมาดริดกับทีมที่เหลือ ว่ากันว่าบาร์ซ่าและมาดริดนอนบนเงินก้อนโตขนาด 150ล้านยูโรในปีล่าสุด ส่วนแอต.มาดริดที่เป็นแชมป์ลีกปีล่าสุดกลับได้เพียง 40ล้านยูโรเท่านั้น เทียบแล้วยังน้อยกว่าทีมที่เพิ่งขึ้นชั้นสู่พรีเมียร์ลีกอังกฤษเสียอีก และนั่นคือปัญหาที่กำลังจะได้รับการแก้ไขในไม่ช้าไม่เร็วนี้ ฤดูกาลปี 2016/2017 ที่ลา ลีกาจะเริ่มใช้กฏหมายการแบ่งปันผลประโยชน์จากค่าลิขสิทธิ์โดยเท่าเทียม ผ่านการซื้อขายสิทธิ์แบบรวมทั้งลีกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

 

มูลค่าลีกลาลีกา ในฤดูกาล 2013/2014 มูลค่ารวมของค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดของลา ลีกานั้นอยู่ที่ราวๆ 700ล้านยูโร ซึ่งนับเป็นตัวเลขที่น้อยอย่างไม่น่าเชื่อหากเทียบกับพรีเมียร์ลีกของอังกฤษที่มูลค่าจากการประมูลล่าสุดนั้นสูงถึงเกือบ 1800ล้านยูโร ทั้งนี้เพราะการขายสิทธิ์แบบตัวใครตัวมันนั่นเองเพราะทีมเล็กๆนั้นขายลิขสิทธิ์ของตัวเองได้ราคาต่ำมากๆ มีการคาดการณ์ว่าเมื่อใดที่ลา ลีกาเริ่มขายลิขสิทธิ์แบบองค์รวม มูลค่าของลา ลีกาน่าจะขึ้นไปแตะที่ระดับ 1000ล้านยูโรได้ในปีแรกที่เริ่มเปิดขายในปี 2016 ซึ่งจากตัวเลขดังกล่าว หากเรานำมาคิดกันเล่นๆอย่างจริงจัง? เราก็จะเห็นตัวเลขพอสังเขปว่าทีมในลา ลีกาจะได้เค้กขนาด 900ล้านยูโรเอามาแบ่งกัน(อีก100ล้านแบ่งให้ทีมในเซกุนด้า) และเงินขั้นต่ำที่ทุกๆทีมจะได้เท่ากันก็คือ 50% ของทั้งหมดมาแบ่งเป็น 20ส่วน นั่นเท่ากับว่าแต่ละทีมน่าจะได้เงินไว้ในกระเป๋าแน่ๆแล้วที่ 22.5ล้านยูโร และนั่นเป็นตัวเลขเริ่มต้นที่ไม่เลวเลยครับ ส่วนเงินที่เหลืออีกครึ่งนึงก็แบ่งสรรกันไปตามแต่ละทีมตามความเหมาะสม ซึ่งจากนี้ผมขออภิปรายถึงเรื่องนี้แบบกระทัดรัด จำแนกตามขนาดทีมดังนี้ครับ

 

ปัญหานักเตะต่างชาติลาลีกา กฏข้อบังคับในแต่ละลีกแต่ละประเทศก็จะมีความแตกต่างกันไป ตามเงื่อนไขของลีกต่างๆ และข้อบังคับทางด้านกฏหมายของแต่ละประเทศด้วย อย่างในประเทศอังกฤษก็จะมีอย่างเช่นในแต่ละสโมสรในพรีเมียร์ลีกจะต้องส่งรายชื่อนักเตะลงทะเบียนในแต่ละฤดูกาลได้ 25 คน ซึ่งจะต้องมีจำนวนนักเตะที่เป็นชาวอังกฤษจำนวนเท่านี้ และนักเตะที่มาจากเยาวชนของสโมสรเท่านี้ ส่วนในลา ลีก้าสเปนนั้นจะมีกฏที่แต่ละสโมสรจะสามารถลงทะเบียนนักเตะที่มาจากนอก EU ได้เพียงฤดูกาลละ 3 คนเท่านั้น ซึ่งก็จะมีปัญหากับพวกนักเตะจากอเมริกาใต้ที่ย้ายไปค้าแข้งที่ดินแดนกระทิงดุมากมาย ซึ่งแต่ละสโมสรก็จะต้องคำนึงถึงโควต้าพวกนี้อย่างละเอียดตั้งแต่การเลือกซื้อนักเตะเข้ามาสู่ทีมในแต่ละฤดูกาล